ตัวอย่างรหัสผ่านแบบ passphrase และหลักการทำงาน
เบื่อไหมที่ต้องคอยจำรหัสผ่านยาก ๆ เป็นล้านรหัส? ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น ข่าวดีน่ะหรอ? มีวิธีที่ดีกว่านั้น รหัสผ่านแบบ passphrase ช่วยให้การรักษาความปลอดภัยยุ่งยากน้อยลงและจำง่ายขึ้นเยอะ
พวกเราจะอธิบายว่ารหัสผ่านแบบ passphrase คืออะไร ทำไมมันจึงปลอดภัยกว่าที่คุณคิดเอาไว้ และคุณจะเริ่มใช้งานมันโดยไม่ทำให้ชีวิตของคุณวุ่นวายยิ่งขึ้นได้อย่างไร พร้อมจะบอกลากับความวุ่นวายของรหัสแบบเดิมแล้วหรือยัง? มาเริ่มกันเลย
รหัสผ่านแบบ passphrase คืออะไร?
รหัสผ่านแบบ passphrase นั้นเป็นเหมือนรหัสผ่านที่ดียิ่งขึ้น : ยาวกว่า จำง่ายกว่า และมักจะปลอดภัยกว่า แทนที่คุณจะต้องพึ่งพารหัสผ่านที่สั้นและเกิดขึ้นมาจากการผสมตัวอักษรและสัญลักษณ์ที่ยุ่งเหยิง รหัสผ่านแบบ passphrase จะใช้คำหลาย ๆ คำอย่างเป็นธรรมชาติและดูน่าจดจำเพื่อช่วยปกป้องบัญชีของคุณให้ปลอดภัย
โดยทั่วไปแล้ว รหัสผ่านแบบ passphrase จะประกอบไปด้วยคำสี่คำขึ้นไปซึ่งถูกเลือกมาอย่างคาดเดาไม่ได้ แต่ยังง่ายต่อการจดจำของคุณ รูปแบบทั่วไปประกอบไปด้วย :
- คำที่ถูกแยกโดยการเว้นวรรค
- การผสมสัญลักษณ์กับตัวเลข
- Camel case (ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่เริ่มต้นแต่ละคำโดยไม่เว้นวรรค)
- เครื่องหมายวรรคตอนหรือตัวคั่น เช่น เครื่องหมายขีด
ตัวอย่างรหัสผ่านแบบ passphrase ในชีวิตจริง
รหัสผ่านแบบ passphrase ที่แข็งแกร่งนั้นไม่จำเป็นต้องมีความซับซ้อนจนเกินไป แต่ต้องยาว คาดเดาไม่ได้ และมีเพียงแค่คุณเท่านั้นที่จะคิดจะใช้ หลีกเลี่ยงวลี (phrase) ทั่วไป, คำคมสุดฮิต หรืออะไรที่ดูชัดเจนเกินไป คุณควรจะผสมคำที่ไม่เกี่ยวข้องกันหรือเพิ่มสไตล์เฉพาะของคุณเข้าไปด้วยสัญลักษณ์หรือตัวเลข
นี่เป็นตัวอย่างบางประการเพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพ :
| ตัวอย่างรหัสผ่านแบบ passphrase | คำอธิบาย |
| red elephant coffee volcano | คำสี่คำแบบสุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกัน (สีแดง ช้าง กาแฟ ภูเขาไฟ) |
| DrinkWater$HealthyStay@2025 | วลีเฉพาะบุคคลที่มีสัญลักษณ์และตัวเลข (ดื่มน้ำ$รักษาสุขภาพ@2025) |
| NeverTrustHungryHuskies | ประโยคแปลก ๆ แบบ camel case (อย่าไว้ใจฮัสกี้ที่กำลังหิว) |
| Gaming-Chips-Fun-Evening | รหัสผ่านแบบ passphrase ที่อ่านง่ายซึ่งถูกแยกโดยเครื่องหมายขีด (เล่นเกม-มันฝรั่ง-สนุก-ช่วงเย็น) |
หมายเหตุ : ตัวอย่างเหล่านี้มีไว้ใช้สาธิตเท่านั้น คุณควรจะตั้งรหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณเองเพื่อไม่ให้ซ้ำใคร
รหัสผ่านแบบ passphrase vs. รหัสผ่านปกติ : แตกต่างกันอย่างไร?
ทั้งรหัสผ่านปกติและรหัสผ่านแบบ passphrase ต่างก็ช่วยปกป้องบัญชีของคุณ แต่พวกมันจะทำงานแตกต่างกันและมีระดับการรักษาความปลอดภัยที่ต่างกันด้วย

การตั้ง
Passphrase นั้นตั้งง่ายกว่าเพราะว่าคุณสามารถใช้คำหรือวลีจริงที่คุณนึกภาพตามได้ง่าย ๆ คุณยังคงต้องการให้คนอื่นคาดเดาไม่ได้อยู่ แต่มันจะง่ายกว่าที่คุณจะตั้งให้คาดเดายากแต่ไม่ยากเกินจะจดจำ
- รหัสผ่านปกติ : มักจะมี 8–16 อักขระโดยจะเป็นการผสมระหว่างตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์
- รหัสผ่านแบบ passphrase : มักจะมีอย่างน้อย 4 คำ อาจะมีเครื่องหมายวรรคตอนหรือตัวเลขประกอบ
ความปลอดภัย
ข้อดีที่สำคัญที่สุดของการใช้รหัสผ่านแบบ passphrase ก็คือความยาวของมันจะช่วยเพิ่มเอนโทรปี (การวัดความยากในการคาดเดาหรือจำนวนรูปแบบที่เป็นไปได้) ทำให้ถูกเจาะรหัสได้ยากขึ้น แม้ว่าคุณจะเลือกใช้คำง่าย ๆ ก็ตาม อักขระที่เพิ่มขึ้นแปลว่ามีรูปแบบที่เป็นไปได้เพิ่มขึ้นตาม ซึ่งก็จะช่วยลดความเร็วของการโจมตีที่อ้างอิงพจนานุกรมหรือแบบ brute-force
นี่คือเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ซึ่งรวมถึง สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) จึงเน้นย้ำเรื่องความยาวเพื่อการปกป้องที่ดีกว่า และอนุญาตให้ใช้รหัสผ่านแบบ passphrase เพราะจดจำง่ายกว่าแต่ก็ยังให้ความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง มูลนิธิพรมแดนอิเล็กทรอนิกส์ (EFF) ยังระบุด้วยว่าการนำคำแบบสุ่มหลายคำมาผสมกันจะช่วยเพิ่มรูปแบบที่เป็นไปได้มากขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้รหัสผ่านแบบ passphrase ทั้งจำง่ายกว่าและมีโอกาสที่จะถูกคาดเดาด้วยคอมพิวเตอร์น้อยลง
ความสะดวกในการใช้งาน
รหัสผ่านแบบ passphrase มักจะเป็นสิ่งที่จดจำและพิมพ์ได้ง่ายกว่าเพราะว่ามันมีรูปแบบของภาษาที่ใช้ตามธรรมชาติ รหัสผ่านที่ซับซ้อนมักจะเป็นสิ่งที่จดจำได้ยากและลืมได้ง่ายถ้าไม่มี ตัวจัดการรหัสผ่าน ดี ๆ สักตัวไว้คอยช่วย
วิธีตั้งรหัสผ่านแบบ passphrase ที่แข็งแกร่ง : เคล็ดลับ 7 ประการ
การตั้งรหัสผ่านแบบ passphrase ที่แข็งแกร่งนั้นเป็นเรื่องของการสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งาน เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้คุณตั้งรหัสผ่านได้อย่างเหมาะสม :
1. ใช้รหัสผ่านแบบ passphrase ที่ยาว
ความยาวเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด ตั้งเป้าให้ได้สัก 16 อักขระ (20 ขึ้นไปเลยก็จะยิ่งดี) เพิ่มคำเพียงไม่กี่คำ สามารถเพิ่มความปลอดภัยได้เป็นอย่างมาก
2. หลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
เลือกคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของคุณ หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อ วันเกิด ที่อยู่ หรือสิ่งที่ถูกอ้างอิงจากป๊อปคัลเจอร์ซึ่งถูกคาดเดาได้ง่าย ยิ่งคำที่คุณใช้ไม่เกี่ยวข้องกันหรือคาดเดาไม่ได้มากแค่ไหน รหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
3. อย่าใช้รหัสผ่านแบบ passphrase ซ้ำ
แต่ละบัญชีควรจะใช้รหัสผ่านแบบ passphrase ที่ไม่เหมือนกัน การใช้รหัสผ่านซ้ำจะทำให้ทุกบัญชีของคุณมีความเสี่ยงแม้จะเกิดการละเมิดเพียงแค่บัญชีเดียว การใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันจะเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดในการจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการรั่วไหล
4. ตั้งรหัสผ่านให้น่าจดจำ
รหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณควรจะจดจำง่ายสำหรับคุณโดยที่คุณไม่ต้องเขียนเอาไว้ ลองใช้คำที่สื่อให้เห็นภาพชัดเจน หรือการผสมคำที่มีความหมายเฉพาะสำหรับคุณเพียงคนเดียว ตัวอย่างเช่น "ClocksSwimInVanillaRain” (นาฬิกาว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางฝนวานิลลา) อาจจะฟังดูแปลก แต่ทำให้คุณเห็นภาพชัดเจนได้ และง่ายต่อการจดจำมากขึ้น
5. ผสมตัวพิมพ์เล็กตัวพิมพ์ใหญ่และสัญลักษณ์
เว็บไซต์หลายแห่งต่างก็บังคับให้ต้องมีสัญลักษณ์หรือมีตัวพิมพ์เล็กตัวพิมพ์ใหญ่ผสมกัน คุณสามารถเพิ่มสิ่งเหล่านี้ลงไปโดยที่ไม่ทำให้รหัสผ่านแบบ passphrase อ่านยากจนเกินไป ตัวอย่างเช่น "Thin!Lions_RunQuickly" (สิงโตตัวผอมวิ่งเร็ว) ยังคงพิมพ์และจดจำง่ายอยู่ และก็ตรงตามความต้องการที่ซับซ้อนด้วย
6. จัดเก็บรหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณเอาไว้อย่างปลอดภัย
ถึงแม้ว่าคุณจะเลือกรหัสผ่านแบบ passphrase ที่จดจำง่ายสำหรับคุณแล้ว การจะจำทุกรหัสก็ยังคงเป็นเรื่องยากอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันเลยสำหรับแต่ละบัญชี ตัวจัดการรหัสผ่านที่น่าเชื่อถืออย่าง ExpressKeys ช่วยแก้ปัญหานั้นได้
ExpressKeys จะจัดเก็บรหัสผ่านแบบ passphrase ทั้งหมดของคุณเอาไว้ในห้องนิรภัยถูกเข้ารหัสเพียงแห่งเดียว ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องพึ่งพาเฉพาะความจำและก็ไม่ต้องจดเอาไว้ในที่ที่มีความเสี่ยงอีกด้วย นอกจากนี้มันยังช่วยคุณจัดระเบียบข้อมูลการเข้าสู่ระบบของคุณและช่วยป้อนข้อมูลเหล่านั้นให้อย่างรวดเร็วเมื่อคุณต้องใช้งาน ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งสะดวกและปลอดภัย
7. เปลี่ยนรหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณเป็นครั้งคราว
คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมันบ่อย ๆ แต่คุณควรจะเปลี่ยนมันถ้าคุณคิดว่าเกิดการละเมิดขึ้น ได้รับการแจ้งเตือนความปลอดภัย หรือไม่ได้เปลี่ยนมาหลายปีแล้ว การเปลี่ยนรหัสผ่านแบบ passphrase จะช่วยลดโอกาสและช่วงเวลาที่ผู้โจมตีจะเจาะข้อมูลของคุณได้
ประเภทของรหัสผ่านแบบ passphrase
รหัสผ่านแบบ passphrase ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาด้วยวิธีเดียวกันทั้งหมด วิธีการตั้งรหัสผ่านของคุณจะส่งผลต่อทั้งความปลอดภัยและความง่ายในการจดจำ นี่คือการสรุปอย่างเร็วเกี่ยวกับประเภทที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด
Passphrase แบบ diceware
Passphrase แบบ diceware จะถูกตั้งโดยการเลือกคำแบบสุ่มอย่างแท้จริง โดยจะเลือกจาก รายการคำ Diceware แบบพิเศษ คุณจะทอยลูกเต๋าเพื่อเลือกคำแต่ละคำ สิ่งนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์จะคาดเดาไม่ได้อย่างแท้จริง และไม่มีรูปแบบที่มาจากตัวบุคคลซึ่งผู้โจมตีสามารถใช้คาดเดารหัสผ่านได้
- ตัวอย่างของ passphrase แบบ diceware : tooth elbow curtain vapor taxi

เรียนรู้เพิ่มเติม : สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ลองดู คู่มือในการตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัยและน่าจดจำด้วย Diceware ของเรา
Passphrases แบบ mnemonic
Passphrases แบบ mnemonic จะใช้วลีหรือประโยคที่คุณสามารถระลึกถึงได้ง่าย ๆ คนส่วนใหญ่มักจะใช้ตัวอักษรตัวแรกของแต่ละคำ ประโยคที่แต่งเอง หรืออะไรที่เป็นไปตามรูปแบบที่พวกเขาจะสามารถจำได้ นี่คือตัวอย่าง :
- ประโยค : My dog snores at 3AM every night
- แบบสั้น : Mds@3AMen
- phrase แบบเต็ม : MyDogSnoresAt3AMEveryNight
วิธีนี้ช่วยเพิ่มความน่าจดจำ แต่จะมีการสุ่มน้อยลง หลีกเลี่ยงการใช้คำคมสุดฮิตหรือเนื้อเพลงเนื่องจากผู้โจมตีมักจะลองใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นอย่างแรก ๆ
passphrases แบบผสมหรือแบบปรับแต่ง
passphrases แบบผสมจะเป็นการผสมเทคนิคต่าง ๆ : คำแบบสุ่ม ตัวเลข เครื่องหมายวรรคตอน หรือแม้แต่ตรรกะส่วนตัวเล็กน้อย มันจะมีความสมดุลระหว่างความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งาน
- ตัวอย่าง phrase ที่ปลอดภัย : Blue7-Mango#Drives_Carrot88
การผสมผสานในรูปแบบนี้จะมีความยืดหยุ่นและใช้งานได้เป็นอย่างดีบนเว็บไซต์ที่บังคับให้คุณตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อน ในขณะที่รหัสผ่านนี้ยังคงเป็นที่น่าจดจำสำหรับคุณอยู่
วัดความแข็งแกร่งของรหัสผ่านแบบ passphrase
ความแข็งแกร่งของรหัสผ่านแบบ passphrase จะขึ้นกับความยากในการคาดเดา ไม่ใช่เฉพาะโดยบุคคล แต่โดยคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถลองการผสมผสานอักขระนับพันล้านเข้าด้วยกันได้ รหัสผ่านแบบ passphrase ที่แข็งแกร่งจะมีลักษณะหลักสามลักษณะดังนี้ : ความยาว ความคาดเดาไม่ได้ และความมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
เอนโทรปีเป็นวิธีการวัดความแข็งแกร่งนี้ มันสะท้อนถึงความยากในการคาดเดารหัสผ่านแบบ passphrase ของคุณ และมักจะแสดงค่าออกมาเป็นหน่วยบิต ยิ่งค่าเอนโทรปีสูง ผู้โจมตีก็ต้องคาดเดารหัสผ่านมากขึ้นเท่านั้น ทำให้รหัสผ่านถูกเจาะได้ยากยิ่งขึ้น
คิดซะว่าเหมือนการทอยลูกเต๋า : ยิ่งมีลูกเต๋าหลายลูกขนาดไหน ก็มีความน่าจะเป็นในการออกหน้าต่าง ๆ มากขึ้นเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่น รหัสผ่านอย่าง "Summer2025” จะมีค่าเอนโทรปีที่ต่ำเพราะว่าเป็นรูปแบบที่คาดเดาได้ง่าย ในทางกลับกัน รหัสผ่านแบบ passphrase อย่าง "tiger banana cloud wrench slide” จะมีค่าเอนโทรปีที่สูงกว่า เพราะมีความยาวมาก และก็ใช้คำแบบสุ่มที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
เอนโทรปีที่สูงหมายความว่าต้องคาดเดารูปแบบมากยิ่งขึ้น และก็จะเป็นการป้องกันที่ดีกว่าสำหรับการโจมตีแบบ brute-force
ประโยชน์อื่น ๆ ของการใช้รหัสผ่านแบบ passphrase
รหัสผ่านแบบ passphrase มีข้อดีอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรหัสผ่านปกติ มันจึงเป็นตัวเลือกที่คุณควรคำนึงถึง :
- จดจำง่ายกว่า : ตามที่พวกเราได้กล่าวไปแล้ว รหัสผ่านแบบ passphrase จะใช้คำหรือวลีเต็ม ทำให้สามารถนึกถึงได้ง่ายกว่าอักขระแบบสุ่มที่ถูกนำมาเรียงต่อกัน
- ถูกเจาะได้ยากกว่า : เนื่องจากรหัสผ่านแบบ passphrase ยาวและคาดเดาไม่ได้ รหัสผ่านแบบ passphrase จึงมีค่าเอนโทรปีสูงกว่า และจึงเป็นเรื่องยากที่ผู้โจมตีจะสามารถเดาหรือใช้วิธีการโจมตีแบบ brute-force ได้
- กระตุ้นให้มีการใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน : เนื่องจากรหัสผ่านแบบนี้จดจำได้ง่ายกว่า จึงมีโอกาสน้อยลงที่คุณจะจำเป็นต้องใช้รหัสผ่านซ้ำ ๆ กันสำหรับหลาย ๆ บัญชี นี่ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงถ้ามีเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งถูกละเมิด เรียนรู้ว่าทำไม การใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ
- พัฒนาประสบการณ์การเข้าสู่ระบบ : การพิมพ์วลีนั้นจะง่ายกว่าและเป็นธรรมชาติกว่าการต้องรับมือกับสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนผสมกับตัวเลข
ข้อเสียของการใช้รหัสผ่านแบบ passphrase
ในขณะที่รหัสผ่านแบบ passphrase จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งาน แต่ก็มีข้อเสียบางประการที่ควรคำนึงถึงอยู่เช่นกัน :
- ไม่รองรับสำหรับทุกที่ : บางเว็บไซต์หรือบางแอปจะ จำกัดความยาวรหัสผ่านหรือไม่อนุญาตให้มีการเว้นวรรครวมถึงอักขระบางตัว ซึ่งก็จะทำให้คุณไม่สามารถใช้รหัสผ่านแบบ passphrase รหัสเต็มของคุณได้ ในกรณีดังกล่าว คุณอาจจะต้องพลิกแพลงหรือทำให้รหัสผ่านสั้นลง
- ต้องพิมพ์ยาวขึ้น : คำที่เยอะขึ้นก็หมายความว่ามีอักขระให้ต้องพิมพ์เยอะขึ้นตาม ซึ่งก็อาจทำให้ใช้งานได้ช้าลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีเครื่องหมายวรรคตอนหรือตัวพิมพ์ใหญ่ตัวพิมพ์เล็กผสมกัน สิ่งนี้อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดตอนเข้าสู่ระบบได้
- ความเป็นไปได้ในการจัดเก็บที่ไม่ปลอดภัย : ถ้ารหัสผ่านแบบ passphrase มีความซับซ้อนเกินจะจำไหว ก็มีความเสี่ยงที่คุณอาจจะเขียนรหัสผ่านนั้นแล้วเก็บมันเอาไว้อย่างไม่ปลอดภัย นี่ก็เป็นการทำให้ข้อดีด้านความปลอดภัยนั้นหายไป
เคล็ดลับ : ใช้รหัสผ่านแบบ passphrase ควบคู่ไปกับ ระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) และคอยติดตามการแจ้งเตือน การโจมตีแบบฟิชชิง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยโดยรวมของคุณ
คำถามที่พบบ่อย : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรหัสผ่านแบบ passphrase
รหัสผ่านแบบ passphrase มีหน้าตาเป็นอย่างไร?
รหัสผ่านแบบ passphrase มักจะมีรูปแบบเป็น คำที่ไม่เกี่ยวข้องกันหรือคำที่มีความหมายลึกซึ้งหลาย ๆ คำ ถูกนำมาผสมกันเป็นวลียาว ๆ ที่น่าจดจำ รหัสผ่านแบบ passphrase มักจะอ่านและนึกถึงได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับรหัสผ่านปกติที่ประกอบไปด้วยอักขระแบบสุ่ม คุณยังสามารถใส่เครื่องหมายวรรคตอน ตัวเลข หรือตัวพิมพ์ใหญ่ลงไปเพื่อให้ตรงกับข้อกำหนดของเว็บไซต์แต่ยังคงความน่าจดจำเอาไว้ได้อีกด้วย
ฉันจะเขียนรหัสผ่านแบบ passphrase ที่ปลอดภัยได้อย่างไร?
เริ่มต้นด้วยการเลือกคำสี่คำขึ้นไปที่ไม่เกี่ยวข้องกันเพื่อสร้างวลียาว ๆ ที่คาดเดาไม่ได้ ใช้รายการคำแบบสุ่มหรือใช้โปรแกรมสุ่ม หลีกเลี่ยงข้อมูลส่วนบุคคล และลองเพิ่มสัญลักษณ์หรือตัวเลขเข้าไปเพื่อเพิ่มความซับซ้อน ปัจจัยหลักที่ควรเน้นก็คือ ความยาว ความคาดเดาไม่ได้ และตั้งให้น่าจดจำสำหรับคุณโดยไม่พึ่งพาวลีที่พบเห็นได้ทั่วไปหรือรูปแบบที่คาดเดาได้
รหัสผ่านแบบ passphrase ประเภทใดใช้ดีที่สุด?
รหัสผ่านแบบ passphrase ประเภทที่ใช้ดีที่สุดก็คือประเภทที่มาจาก คำแบบสุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ยกตัวอย่างเช่น การผสมผสานอย่าง "lamp rocket breeze canyon” จะมีค่าเอนโทรปีที่สูง ในขณะยังคงความน่าจดจำ ถ้าคุณจินตนาการถึงเรื่องราวที่ชัดเจนหรือจินตนาการถึงภาพ คุณสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้ด้วยการเพิ่มตัวเลข เครื่องหมายวรรคตอน หรือรูปแบบส่วนตัว ตราบใดก็ตามที่คุณหลีกเลี่ยงรูปแบบที่คาดเดาง่ายหรือการอ้างอิงจากสาธารณะ
ตัวอย่างการจัดลำดับรหัสผ่านแบบ passphrase คืออะไร?
ตัวอย่างการจัดลำดับรหัสผ่านแบบ passphrase นั้นหมายถึงวิธีการจัดลำดับคำที่คุณเลือกเพื่อสร้างวลีที่ปลอดภัยและน่าจดจำ ยกตัวอย่างเช่น การเลือกลำดับอย่าง "cloud tiger banana wrench” จะเป็นการสร้างรหัสผ่านแบบ passphrase ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งยากต่อการคาดเดา แต่ง่ายสำหรับการจำของคุณ ลำดับที่คุณเลือกจะช่วยทำให้มั่นใจได้ว่ามันเป็นรูปแบบของคุณเองและเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้
รหัสผ่านแบบ passphrase ปลอดภัยกว่ารหัสผ่านปกติหรือไม่?
รหัสผ่านแบบ passphrase มักจะปลอดภัยกว่ารหัสผ่านแบบปกติ ด้วยการที่รหัสผ่านแบบ passphrase นั้นยาวกว่าและใช้คำหลายคำ ทำให้ผู้โจมตีคาดเดาหรือเจาะรหัสด้วยการใช้การโจมตีแบบ brute-force ได้ยากกว่า ในขณะที่รหัสผ่านปกติมักจะสั้นและซับซ้อน แต่ยากต่อการจดจำ รหัสผ่านแบบ passphrase ที่ดีจะผสมผสานความยาว ความคาดเดาไม่ได้ และความง่ายต่อการจดจำ เป็นการช่วยเพิ่มการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งโดยไม่ต้องลดทอนความสะดวกในการใช้งาน
ก้าวแรกสู่การปกป้องตัวตนออนไลน์ของคุณ ลองใช้ ExpressVPN ไม่มีความเสี่ยง
รับ ExpressVPN